DAY TRIP NAGASAKI


จังหวัดนางาซากิจะอยู่ที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของภูมิภาคคิวชู(Kyushu)โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย เช่น การท่องเที่ยวเชิงศิลปะวัฒนธรรม เพราะเนื่องจากเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่น จึงรับเอาวัฒนธรรมจากยุโรปและจีนมาผสมผสานเอาไว้ จนเกิดเป็นชุมชนชาวต่างชาติต่างๆเช่น ไชน่าทาวน์ขึ้น หรือทะเล แหล่งออนเซน และภูเขาไฟ

พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ Nagasaki Atomic Bomb Museu

พิพิธภัณฑ์ระเบิดปรมาณูนางาซากิ(Nagasaki Atomic Bomb Museum) จัดแสดงและรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ ซากชิ้นส่วนสิ่งของต่างๆ โดยเรียงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนระเบิดปรมาณูลง จนถึงวินาทีแห่งความหายนะ ซึ่งมีหลักฐานที่ถูกวีดีโอบันทึกไว้ ภาพถ่ายอาคารบ้านเรือนที่พังยับเยิน ภาพผู้คนล้มตาย หรือผู้ที่รอดชีวิตแต่ต้องทนทุกข์ทรมานจากสารกัมตภาพรังสี เป็นโรคลูคีเมีย(มะเร็งเม็ดเลือดขาว) ที่ค่อยๆคร่าชีวิตผู้คนเหล่านั้นไปอีกจำนวนมาก
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เป็นสิ่งเตือนใจให้ระลึกถึงความสูญเสียอันยิ่งใหญ่ ในวันที่นางาซากิโดนพิษร้ายของสารพลูโตเนียมไปเกือบทั้งเมือง

โซนภายในพิพิธภัณฑ์แบ่งออกเป็น 4 โซนดังนี้
1. โซน A. August 9,1945
จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับทัศนียภาพ และประเพณีต่างๆของเมืองนางาซากิก่อนที่จะโดนระเบิดปรมาณูถล่ม และนาฬิกาแขวนที่พังแล้วหยุดอยู่ที่ 11:02 น. คือช่วงเวลาของการระเบิด ทันทีที่ระเบิดลงสู่พื้นดินประชาชนต่างอยู่ในความโกลาหล
2.โซน B. Damages Caused by the Atomic Bombing
จัดแสดงฉากการทำลายล้างของระเบิดปรมาณู ซึ่งจะนำเสนอให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจถึงความน่าสะพรึงกลัวของระเบิดปรมาณูชนิดนี้
3.โซน C. Toward a World free from Nuclear Weapons
ให้ผู้เข้าชมมีส่วนร่วมให้การให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับสงครามอาวุธนิวเคลียร์ ให้ตระหนักถึงโลกที่ปราศจากอาวุธเหล่านี้เพื่อความสงบสุข
4.โซน D. Video Room
จัดแสดงภาพยนตร์สารคดีที่เกี่ยวข้องกับการทิ้งระเบิดปรมาณู และมีนิทรรศการถามตอบ เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งนั้น
ถึงแม้ว่าการเข้าชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะได้รับความรู้สึกหดหู่ แต่ก็ทำให้ผู้คนตระหนักได้ถึงความสูญเสีย และภัยแห่งสงครามที่ทำลายเพื่อนมนุษย์ร่วมโลกเดียวกัน
หมายเหตุ: จากสถานี Matsuyamamachi ระหว่างเดินไปยังพิพิธภัณฑ์ จะผ่านสวน Hypocenter ซึ่งจะมีแห่งหินสีดำ(Atomic Bomb Hypocenter) ตั้งอยู่ตรงกลางลานหินรูปวงกลม ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางที่ระเบิดปรมาณูถูกทิ้งลงมา โดยใกล้ๆกันยังมีซากโบสถ์อุราคามิ และอาคารต่างๆที่โดนทำลายหลงเหลืออยู่

การเข้าชม
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 200 เยน, เด็ก100 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 8:30-17:30 (เข้าชมได้ถึง 17:00 )
วันปิดทำการ : วันที่ 29-31 ธันวาคม

วิธีการเดินทาง
จากสถานี JR Nagasaki
1.โดยสารรถรางสาย 1 หรือ 3 ลงที่สถานี Hamaguchi-machi
2.โดยสารรถบัสที่ไป Namehi, Togisu และMenoto ลงที่สถานี Hamaguchi-machi แล้วข้ามทางรถราง เจอสี่แยกแรกให้เลี้ยวขวา เดินตรงไป จะเจอทางเข้า Hypocenter Park ทางซ้ายมือ แล้วเดินลัดสวนนี้ไปยังพิพิธภัณฑ์

 

พิพิธภัณฑ์หายนะของภูเขาไฟอันเซน Unzen Disaster Museum


พิพิธภัณฑ์หายนะจากภูเขาไฟอันเซน(雲仙岳災害記念館, Unzendake Saigai Kinenkan) เป็นหนึ่งในสุดยอดพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับภูเขาไฟที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับภูเขาไฟ การระเบิดของภูเขาไฟ และผลกระทบของภูเขาไฟต่อผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบๆ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงการระเบิดของภูเขาไฟอันเซนครั้งล่าสุดเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1990 ด้วย
ภายในพิพิธภัณฑ์จะเน้นการเรียนรู้ที่เกิดจากการทดลอง และวิดีโอภาพจำลองแบบต่างๆเช่น การระเบิดของฝุ่นขี้เถ้า และโคลนถล่ม โดยจะมีตัวเล่นเสียงภาษาอังกฤษให้ฟังตามเวลาเดินเข้าไปในจุดต่างๆของพิพิธภัณฑ์ โดยยังมีการเก็บรักษาตัวอย่างบ้านเรือนของจริงที่ถูกดินถล่มให้ชมด้วย และมีตึกที่เคยเป็นโรงเรียนประถมที่ถูกทำลายจากการระเบิดที่ด้านนอกพิพิธภัณฑ์ โดยจะมีอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงการระเบิดเมื่อปี 1990 และจุดชมวิวภูเขาอันเซนที่สวยงามอยู่บริเวณใกล้ๆกัน

การเข้าชม
ค่าเข้าชม : 1,000 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 18:00
วันปิดทำการ : นานๆ ทีจะมีการปิดซ่อมบำรุง

วิธีการเดินทาง
จากตัวเมืองชิมาบาระ ให้นั่งรถบัสที่มุ่งหน้าไปที่ คัทสุระ (加津佐) แล้วลงที่ป้ายอิริกูชิ (Iriguchi) จากนั้นเดินต่ออีกประมาณ 10 นาทีก็ถึงพิพิธภัณฑ์ รถบัสออกชั่วโมงละ 1-2 คัน ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ราคา 400 เยน

 

ปราสาทชิมาบาระ Shimabara Castle


ปราสาทชิมาบาระ (島原城, Shimabara-jo) เป็นปราสาทสีขาวขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้ ถูกสร้างประมาณช่วงต้นของยุคเอโดะ(Edo)เพื่อเป็นที่อยู่ของผู้ครองแขว้นนี้ อย่างไรก็ตามปราสาทนี้ถูกทำลายลงในยุคเมจิ(Meiji) แต่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ช่วงประมาณปี ค.ศ. 1964 ด้วยคอนกรีตแทนที่หิน และสร้างอาคารสำหรับเก็บและจัดขึ้นไว้อีกหลายหลัง โดยจะจัดแสดงสิ่งของที่หลงเหลือจากซากปราสาท เช่น อาวุธ ชุดเกราะต่างๆ รวมถึงงานศิลปะ และประวัติศาสตร์เช่น กลุ่มกบถคริสเตียน การระเบิดของภูเขาไฟอันเซน โดยที่ชั้นบนจะมีจุดชมวิวที่สามารถชมภูเขาอันเซน(Unzen Mount) และทะลฝั่งคุมาโมโต้(Kumamoto)ได้

โดยบริเวณรอบๆปราสาทยังมี จุดน่าสนใจอยู่อีก 2 ที่ด้วยกัน
ที่แรกคือบ้านซามูไรที่อยู่ทางทิศเหนือ โดยสมัยก่อนปราสาทนี้เคยถูกล้อมรอบด้วยบ้านของซามูไรที่เป็นบริวาณของผู้ครองแขว้น ซึ่งในปัจจุบันได้มีการสร้างขึ้นมาใหม่ย่านนึงเรียกว่าเมืองปืน หรือ Teppo-Machi (Gun Town) เพราะเป็นย่านที่อยู่อาศัยของซามูไรที่ใช้ปืน และยังมีบ้านซามูไรที่เปิดให้เข้าชมด้วย โดยมีร่องน้ำเล็กๆเรียบทางเดิน อยู่ใกล้ๆกับปราสาท
และอีกที่อยู่ทางตอนใต้ของปราสาท มีย่านที่เรียกกันว่าเมืองปลาคาร์ฟว่ายน้ำ(The City of Swimming Carp) ที่ย่านนี้จะมีร่องน้ำเล็กอยู่ตามถนน เต็มไปทั้งย่านโดยในร่องน้ำนี้มีปลาคาร์ฟสีสันสดใสมากมายหลายพันตัวว่ายอยู่ โดยจะมีบ้านที่ได้รับการอนุรักษ์และเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม หนึ่งในนั้นชื่อว่าบ้านชิเมโซะ(Shimeiso House) ที่มีสวนสวยงามและบ่อน้ำพุร้อนแล้วปลาคาร์ฟมากมาย

การเข้าชม
ค่าเข้าชม : 520 เยน
เวลาเปิด-ปิด : 9:00 – 17:30
วันปิดทำการ : ปิดวันปีใหม่
วิธีการเดินทาง
จากสถานีรถไฟชิมาบาระ(Shimabara Station) เดินไปที่ปราสาทชิมาบาระใช้เวลาประมาณ 10 นาที

 

สวนสนุกสไตล์ฮอลแลนด์เฮาเทนบอช Huis Ten Bosch theme park


สวนสนุกเฮาเทนบอช (ハウステンボス, Huis Ten Bosch theme park)หรือที่คนไทยชอบเรียกว่าหมู่บ้านฮอลแลนด์ เป็นสวนสนุกขนาดมหึมาอยู่ใกล้เมืองซาเซโบ(Sasebo) จังหวัดนางาซากิ(Nagasaki) ถูกสร้างขึ้นมาตามสถาปัตยกรรมแบบเมืองแถบยุโรป โดยเฉพาะแบบประเทศฮอลแลนด์ เช่น คลอง ท่าน้ำ สวน บ้านเรือน อาคารต่างๆ และกังหันลม โดยจะสลับปลูกดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาลต่างๆ เช่น ฤดูใบไม้ผลิจะมีเทศกาลดอกทิวลิป และ งานดอกไม้ไฟช่วงหน้าร้อน และยังมีโรงแรม ร้านอาหารหลายแห่งทั้งภายในสวนสนุกและข้างๆสวนสนุก และว่ากันว่ามีดอกไม้มากถึง 3 แสนดอกและต้นไม้อีกกว่า 4 แสนต้น
สวนสนุกเฮาเทนบอชจะแบ่งออกเป็น 2 โซนใหญ่ๆ คือโซนที่เข้าได้ฟรี กับโซนของด้านในสวนสนุกที่จะต้องซื้อบัตรเข้าชมก่อน โดยด้านในจะแบ่งออกเป็นโซนต่างๆอีก 6 โซนคือ Thriller Fantasy Museum, Art Garden, Utrecht, Binnenstad, Breukelen และ Nieuwstad มีกิจกรรมต่างๆที่น่าสนใจเช่น พิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้, โรงภาพยนตร์แบบ 4-5 มิติ หลายโรง, พิพิธภัณฑ์ศิลปะ, ร่องเรือไปตามคลองที่ยาวกว่า 6 กิโลเมตรชมเมืองสไตล์ยุโรป, ขี่จักรยานชมเมือง และร่องเรือโจรสลัดของการ์ตูนดัง One Piece
สวนสนุกแห่งนี้ยังมีโรงแรมขนาดใหญ่และก่อสร้างสไลต์ยุโรป ให้บริการหลายแห่ง เช่น
– HOTEL EUROPE
– HOTEL AMSTERDAM เหมาะกับการมาเป็นครอบครัว
– FOREST VILLA
– WATERMARK HOTEL NAGASAKI HUIS TEN BOSCH

การเข้าชม
ค่าเข้าชม : 6,100 เยน สำหรับบัตรผ่านประตูและเล่นเครื่องเล่นได้ไม่จำกัด
3,600 เยน สำหรับบัตรผ่านประตูอย่างเดียว
เวลาเปิด-ปิด : เปิดทำการทุกวัน เวลาประมาณ 9:00-21:00
วันปิดทำการ : เปิดทุกวัน

วิธีการเดินทาง
สวนสนุกจะตั้งอยู่ที่สถานีรถไฟเฮาเทนบอสเลย

ถ้ามาจาก นางาซากิ (Nagasaki)
นั่งรถไฟสาย JR Seaside มาลงที่สถานีรถไฟ เฮาเทนบอส ใช้เวลาประมาณ 75 นาที สามารถใช้บัตร JR Pass ได้

ถ้ามาจาก ฟูกุโอกะ (Fukuoka)
นั่งรถไฟสาย JR limited express ที่วิ่งทุกๆชั่วโมง มาลงที่สถานี เฮาเทนบอส ใช้เวลาประมาณ 110 นาที สามารถใช้บัตร JR Pass ได้เช่นกัน

 

เกาะร้าง ฮะชิมะ หรือ กุงกันจิมะ Hashima or Gunkanjima island

เกาะร้าง ฮะชิมะ (端島 Hashima) หรือ กุงกันจิมะ (Gunkanjima) อยู่ห่างจากท่าเรือของเมือง นางาซากิ(Nagasaki)ประมาณ 20 กิโลเมตร เกาะนี้แต่เดิมชื่อ ฮาชิมะ(Hashima) แต่ต่อมาช่วงประมาณปลายของศตรวรรษที่ 18 เกาะนี้ถูกเปลี่ยนให้เป็นเหมืองถ่านหิน และเป็นที่พักอาศัยของคนงานจนกลายเป็นเมืองขึ้นมา มีการสร้างกำแพงคอนกรีตสูงรอบเกาะจนหน้าตาเกาะดูคล้ายกับเรือรบ ผู้คนจึงเรียกเป็นชื่อใหม่ว่า กุงกันจิมะ (Gunkanjima) หรือเกาะเรือรบ โดยมีความยาวประมาณ 450 เมตรและกว้างประมาณ 150 เมตร เพื่อเป็นเหมืองแร่ โดยมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 5000 คน ทำให้เมื่อก่อนเป็นที่ที่มีประชากรอยู่หนาแน่นที่สุดในโลก
เหมืองบนเกาะเปิดทำงานจนถึงปี 1974 ก็ถูกยกเลิกทำให้ประชากรทั้งหมดต้องอพยพออกจากเกาะ ปล่อยให้เกาะร้าง และถูกสั่งห้ามเข้าใกล้เพราะกลัวว่าอาคารที่ถูกสร้างทิ้งไว้นานแล้วจะถล่มลงมา จากการที่ตัวเกาะถูกปล่อยร้างขาดการดูแล และต้องเจอกับลมฝน พายุมานานหลายสิบปี จึงให้บรรยากาศที่มืดหม่นน่าขนลุก
จนถึงปี 2009 ที่รัฐบาลเปิดให้เป็นที่ท่องเที่ยวได้โดยนั่งเรือออกจากฝั่งที่ นางาซากิ และเรือจะจอดเทียบท่า 3 แห่งเพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นฝั่งเป็นพื้นที่เล็กๆเพื่อชมตัวเมืองพร้อมกับไกด์ภาษาญี่ปุ่น แต่ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าใกล้กับสิ่งก่อสร้างเพราะอาคารไม่ได้รับการดูแลมานาน

การเข้าชม
ค่าเข้าชม: มีหลายบริษัททัวร์ที่เปิดให้บริการพานักท่องเที่ยวออกเรือไปที่เกาะพร้อมไกด์ โดยทัวร์จะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงรวมเวลาที่จะให้เดินบนเกาะแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง มีค่าใช้จ่ายประมาณ 4-5 พันเยน

วิธีการเดินทาง
มีหลายทัวร์ที่ให้บริการกระจายไปตามท่าเรือต่างๆ เช่น ท่าเรือนางาซากิเฟอรี่ (Nagasaki Port Ferry) ที่อยู่ใกล้กับสถานีรถรางโอฮาโตะ (Ohato tram)

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.