201412damako-21

หม้อไฟข้าวปั้น

ส่วนประกอบ

คื่นช่าย

เนื้อไก่ (หั่นเป็นชิ้นพอคำ)

หัวโกโบ

เห็ดต่างๆ ตามชอบ

บุกเส้น

เต้าหู้ (หั่นชิ้นพอคำ)

ต้นหอมญี่ปุ่น

ผักกาดขาว (หั่นขนาดพอคำ)

น้ำซุปไก่

น้ำซุปเข้มข้น 3 เท่า ตรายามาโมริ

1 กำ

200 กรัม

1/2 หัว

100 กรัม

1 ห่อ

1 ก้อน

1 ต้น

100 กรัม

1-1.5 ลิตร

100 ซีซี

วิธีทำ

  1. นำข้าวสวยในขณะที่กำลังร้อนๆ มาบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาปั้นเป็นกล้อนกลมๆ ขนาดประมาณลูกปิงปอง ตอนบดข้าวอาจจะเอาข้าวใส่ในถุงแล้วขยำ หรือเอาใส่ครกแล้วก็ตำให้ละเอียดก็ได้
  2. ใส่น้ำซุปเข้มข้น 3 เท่า ตรายามาโมริลงไปผสมกับน้ำซุปไก่
  3. ใส่เนื้อไก่ รากโกโบ เห็ด และบุกเส้นลงไปในหม้อน้ำซุปแล้วปิดฝารอจนสุก จากนั้นใส่ผักกาดขาว ต้นหอม และเต้าหู้ตามลงไปต้ม เมื่อสุกหมดแล้วใส่คื่นช่ายลงไปปิดท้าย เป็นอันเสร็จ

web12012015

【โชขุอิคุ】

ที่ประเทศญี่ปุ่นในปีนี้ดูเหมือนจะเป็นปีที่ฤดูหนาวมีหิมะตกลงมามาก ในสมัยก่อนเมื่อถึงฤดูหนาวก็จะเอาโต๊ะโคทัสสึออกมา แล้วสมาชิกในครอบครัวก็จะมานั่งล้อมวงทานส้มหรือแอปเปิ้ลกัน ฤดูหนาวที่ช่วงเวลาตอนกลางคืนยาวนานนั้น เป็นช่วงที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันนานขึ้น สมัยนี้ส่วนใหญ่ก็จะใช้ชีวิตกันอยู่ด้วยการนั่งเก้าอี้และเปิดเครื่องทำความร้อนที่เตรียมไว้เพิ่มขึ้น โต๊ะโคทัสสึก็มีการใช้ลดลงไปพอสมควร แต่ว่าการล้อมวงทานหม้อไฟกันในฤดูหนาวก็ยังคงดำเนินต่อไปเหมือนสมัยก่อน แล้วสมัยนี้รสชาติของหม้อไฟก็มีหลากหลายมากขึ้น นอกจากจะมีหม้อไฟตามแต่ละท้องถิ่นที่มีมาตั้งแต่เมื่อก่อนแล้ว ก็ยังมีหม้อไฟมะเขือเทศ หม้อไฟแกงกะหรี่ หรือหม้อไฟเต้าหู้ เป็นต้นที่มีรสชาติใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมา ในช่วงนี้เองที่ซุปเปอร์มาเก็ตก็จะมีของสำหรับทำหม้อไฟวางขายอยู่มากมาย หม้อไฟนั้นนอกจากจะสามารถทำให้รับประทานผักได้มากขึ้นแล้ว การที่ครอบครัวหรือเพื่อนๆ ได้มาทานหม้อไฟด้วยกันนั้นก็ทำให้ร่างกายและจิตใจอบอุ่นขึ้นด้วย

ที่ไทยเองถึงแม้อากาศจะไม่หนาวเท่าญี่ปุ่น แต่ก็มีอาหารประเภทหม้อไฟเช่น ต้มยำกุ้ง สุกี้ หรือพวกจิ้มจุ่ม ที่สามารถรับประทานได้ตลอดทั้งปี การได้มาล้อมวงทานกันก็สนุกไปอีกแบบนึง  เคล็ดลับสุขภาพที่ดีของคนไทยก็คือการใส่สมุนไพรต่างๆ ลงไปในหม้อไฟ

ในไทยก็เหมือนกันที่มีหม้อไฟหลากหลายชนิดตามแต่ละท้องที่ ในครั้งนี้ที่จะมานำเสนอก็คือ “หม้อไฟข้าวปั้น” ซึ่งเป็นอาหารของจังหวัดอะกิตะ ในภูมิภาคโทโฮขุ ที่เอาข้าวมาบดแล้วปั้นเป็นก้อนกลมๆ ใส่ลงไปในหม้อไฟ แต่ถ้าต้อมทิ้งไว้นานๆ ก็จะทำให้เละได้ เพราะฉะนั้นเมื่อใส่ลงไปแล้วควรจะรีบตักขึ้นมาทาน

หม้อไฟข้าวปั้นนี้มีส่วนที่เป็นจุดเด่นก็คือการใส่ผักในฤดูหนาว “เซเลอรี่” ลงไป แต่ว่าผัชนิดนี้ไม่มีในประเทศไทย มาลองหาผักทึคล้ายคลึงกัน จึงได้ผักคื่นชายมาลองใช้ คื่นช่ายมีกลักษณะเดียวกันกับเซเลอรี่ เพราะฉะนั้นเอามาใช้กับอาหารญี่ปุ่นได้ลงตัว นอกจากนี้ก็ยังมีพวกใบบัวบก และผักชีทีเป็นพืชในวงศ์เดียวกันกับเซเลอรี่ แต่ว่าใบบัวบกนั้นมีสชาติขม ส่วนผักชีก็มีรสชาติที่ไม่ค่อยเข้ากับอาหารญี่ปุ่นเท่าไหร่ แต่พอลองเอาคื่นช่ายมาปรุงอาหาร แล้วให้คนที่มาจากจังหวัดอะกิตะลองรับประทานดู ปรากฏว่าได้รสชาติที่เหมือนกับเซเลอรี่ และยังบอกอีกว่าแค่ทานเข้าไปคำแรกก็รู้สึกถึงรสชาติที่บ้านเกิดเลย อาจจะเหมือนได้ไปเที่ยวในที่ต่างๆ ด้วยการรับประทานหม้อไฟของแต่ละท้องถิ่นก็ได้

ขอบคุณข้อมูล

https://www.facebook.com/yamamoritrading
http://www.saladee.asia/en/index.html

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

Leave a Reply